วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

~ภาพนิทาน~



...ก้อนเมฆที่เราเห็นเป็นเช่นเดิมทุกวันตอนนี้ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิม ผู้คนหยุดมองก้อนเมฆเหล่านั้นบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไปทั้งๆที่เป็นแบบนั้น  มันเหมือนมีสิ่งลึกลับที่รู้สึกราวกับว่าได้หลุดเข้าไปยังอีกโลกหนึ่งความรู้สึกแปลกที่ไม่สามารถบรรยายได้เป็นเหมือนภาพนิทานของความฝัน...
.....
.....
ความตายที่เป็นดังเข็มดาบ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมาที่หัวใจเธอ
 ความรู้สึกลึกๆ..พริบตาที่ถูกทำร้ายจากการถูกแทงหัวใจ
กระแสความตายที่ไหลทะลักและความรู้สึกมีชีวิตที่พวยพุ่งออกมา
ตลอดเวลาที่เธอคิดว่าเธอไม่หลงเหลือสิ่งใด
แต่เธอยังมีสิ่งเรียบง่ายแสนสำคัญหลงเหลืออยู่
....
....
 เธอผู้จำไม่ได้ว่าอยู่กับตัวเองมานานเท่านไหร่และไม่รู้ว่าต้องอยู่กับตัวเองไปนานแค่ไหน
รู้แต่เพียงเธอได้เฝ้ามองทิวทัศน์ที่อยู่ข้างนอกนั้นทุกวันเป็นเวลานาน 
วันแล้ววันเล่าเฝ้าดูอยู่อย่างนั้นผ่านบานประตูของหัวใจ
ความเงียบเหงาเดียวดายถึงว่าเธอจะเกลียดมันสักเพียงไหนแต่นั่นก็เป็นสิ่งเด่วที่เธอมี
และแม้ทุกคืนวันจะมองไม่เห็นใครแต่เธอก็ยังคงอยู่
 เธอให้จิตของเธออาศัยอยู่บนฟ้าเพราะถ้าวิญญาณคือตัวเธอ
เธอก็คงถูกความเจ็บปวดฆ่าให้ตายไปแล้ว ตัวเธอบนท้องฟ้าจึงไม่มี
เธอทิ้งตัวไว้บนโลกนี้ เธอมีสองบุคลิกในเธอ เธอควบคุมสองร่างด้วยจิตใจเดียว
ท่ามกลางอ้อมกอดของสายลมอ่อนๆ ใจของเธอที่รำลึกความหลังได้ขาดสะบั้นลงไม่มีชิ้นดี
 เธอผู้ยืนโดดเดี่ยวอยู่บนยอดเขา เฝ้ามองฤดูกาลที่ผ่านไป ณ.จุดสิ้นสุดของท้องฟ้าสีคราม
เธอมองไม่เห็นอะไร เธอต้องการความกล้า
 เธอเฝ้าสวดภาวนาอยู่แผ่วเบาให้กับวันเวลาที่ไร้กังวล 
แม้ทุกอย่างจะไม่สามารถหวนคืนกลับมาได้
แต่ดอกไม้ไฟแห่งความทรงจำในต้นฤดูเหน็บหนาวก็ยังไม่ยอมจางหายไป
...แม้กระทั่งตอนนี้เองก็ตาม
 แสงอาทิตย์ร้อนๆที่เข้าตาทำให้เธอจำฤดูครั้งนั้นได้โดยที่ไม่รู้ถึงความหมายของความเจ็บปวด
รอยยิ้มแห่งความเจ็บปวดของตอนนี้ทำให้เธอยินดีเสมอ
เธอยังคงเฝ้าหวังในความปราถนาและความฝันเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากที่ที่ไกลออกไป
 ไม่ว่าจะเลือนลางเพียงใดเธอยังคงเฝ้ามองและเงี่ยหูคอยฟังเสียงนั้นอยู่เสมอ
ความปราถนาที่แน่วแน่ของเธอวิ่งไปตามเส้นขอบฟ้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด
น้ำตาที่เคยเอ่อล้นออกมา สักวันคงเป็นราคาของความภาคภูมิใจ
 ทุกครั้งที่มีความสุขเธอก็อยากหยุดเวลาอยากให้ทุกคนจับมือกันไว้อยู่แบบนี้
...แต่เวลาก็เดินผ่านไปเรื่อยๆ
มีเพียงภาพฝันเพียงหนึ่งเดียวที่วาดไว้บนฟ้าว่าสักวันเธอจะเป็นดาว
เธอจะส่องสว่างเวลากลางคืนท่ามกลางความมืดมนท่ามกลางดาวหมู่อื่นหมื่นพัน
 เธอสวดภาวนาอย่างเงียบงันด้วยความรู้สีกอันบริสุทธิและขณะนี้แสงนั้นได้มอบชีวิตแก่เธอแล้ว
เธอจะคงอยู่เป็นดาวของเธอแบบนี้ด้วยใจของเธอ
ส่วนที่ปลิแตกออกมาจากความเจ็บปวด เป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่าง
ความคิดของเธอดั่งละลอกคลื่นและหัวใจเธอเป็นดั่งหินผา
เธอรู้ว่าอะไรจะคอยเธออยู่ตรงหน้าในวันพรุ่งนี้
มันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่จะได้พบเจอ เพราะช่วงชีวิตเธอนั้นขึ้นอยู่กับพลังของเธอ
ดังนั้นหากเธอจะเป็นดาวมวลของดาวจึงต้องเหมาะสมกับพลังงานของดาว
และความหนาแน่นของดาวก็เกิดขึ้นจากจำนวนนั้น
 เวลานั้นมันคงจะดีถ้าทุกคนชอบอาหารจานพิเศษที่ทำจากความรักของเธอ
 วิตตามินความรักจะมาพร้อมกับความอบอุ่น
ในวงแขนของความรักที่เธอจะอยู่ในนั้น ความรักจะตอบคำถามทุกอย่างที่เธออยากรู้
และคำตอบนั้นจะเป็นของคุณ
 บ่อยครั้งยามหลับที่เธอมักฝันถึงผีเสื้อและในความฝันเธอก็ไม่รู้ว่ากำลังมองดูมัน
...หรือว่าตัวเธอนั้นเองที่เป็นผีเสื้อ
 ผีเสื้อตัวนั้นบินไปบินมาอยู่ในความฝันอย่างแคล่วคล่องว่องไว
...แล้วก็มีแมลงปอตัวหนึ่งบินเข้ามา...
พยายามจะตามให้ทันผีเสื้อแต่ก็ไม่ไหวสุดท้ายก็หมดแรงตกลงสู่พื้น
 แมลงปอคงจะบินอยู่ได้นานกว่าถ้าวันนั้นมันกระพือปีกเพียงเพื่อให้ลอยตัวอยู่ได้
แต่แท้จริงแล้วแมลงปอตัวใดเล่าที่ได้รู้จักการบินแล้วจะยอมทนล่องลอยอยู่
เพราะฉะนั้นมันจึงเลือกบินไปไม่ยอมเพียงล่องลอย
คำว่าบินขึ้นกับร่วงหล่นอยู่คู่กันเสมอ แต่ยิ่งพยายามบินขึ้นเท่าไหร่ทำให้ลืมความจริงข้อนี้ไป
 ผลคือถึงแม้จะตายไปแล้วก็ยังจะบินขึ้นไปเหนือเมฆอีกไม่ยอมตกลงสู่พื้นดิน
...แต่กลับตกขึ้นไปบนฟ้า
ความกล้าเพียงชั่ววูบกับความกล้าที่ต้องคงไว้ตลอดไปแบบไหนยากกว่าต่อไปแมลงปอคงรู้ซินะ
 เมื่อไหร่กันนะที่เราจะรู้ว่าสิ่งลึกลับที่เรากลัวแท้จริงเป็นแค่คนแปลกหน้าเท่านั้น
เมื่อสังหรณ์ไม่ดีไม่ยอมหายไปสังหรณ์นั้นก็มักจะนำเรื่องร้ายมาด้วยเสมอ
เธอที่เป็นผู้กระทำและถูกกระทำย่อมรู้ดีกว่าใครอื่นว่าความหลอกลวงเป็นเรื่องน่าเศร้าแค่ไหน
เธอผู้ที่ไร้บาดแผลกับเธอที่มีแต่บาดแผล เธอผู้ที่ดูเปราะบางเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
 เธอผู้น่าเศร้าที่ไม่สามารถสื่อความในใจออกมาได้แม้แต่เพียงครั้งเดียว
แต่เธอก็ไม่เคยหนี การหนีมีอยู่สองแบบคือการหนีอย่างไม่มีจุดหมายกับมีจุดหมาย
อย่างแรกคือการลอยตัวแบบหลังเรียกว่าโผบิน
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกทางไหน
การตัดสินใจเลือกเส้นทางเพราะความรู้สึกผิดบาป..อย่างนั้นเป็นเรื่องผิด
เธอไม่เลือกเส้นทางเพราะบาปที่แบกรับอยู่
แต่เธอเลือกแบกรับบาปในเส้นทางที่เธอเลือกเดินแล้วนั่นเอง
ไม่เคยมีใครคนใดในอดีตที่สามารถบินได้ด้วยเพียงแค่กำลังของมนุษย์
 เธอจึงรู้ว่าควรเลือกเดินทางไหนเพราะว่าเธอบินไม่ได้ 
 แม้ทุกวันนี้ก็ได้เพียงแต่ล่องลอยอยู่เท่านั้น 
...วัคซีน...

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

~คนเช็ดเงา~



ใครหรือจะบอกความแตกต่างของนรกกับสวรรค์ใครหรือจะแยกฟ้าครามออกจากความทุกข์
ใครหรือจะอ่านรอยยิ้มภายใต้ผ้าคลุมนั้นได้
....
เมื่อแสงของพระจันทร์เต็มดวง เราหวังจะได้พบกับสิ่งที่เฝ้าปรารถนา
กับสิ่งไร้ค่าที่คอยห้อมล้อมดวงใจไว้
จนทำให้น้ำตาภายใต้กำแพงหินต้องรินไหล
ก็เพียงหวังจะได้ก้าวข้ามให้ผ่านพ้นมันไปจากตรงนั้น
บนความสับสนที่หลากหลายทุกคนมีหลายสิ่งที่หวังและก็ยังไม่สมดั่งใจ
 แต่เราก็ยังไม่ต้องการให้มันหนีจากไปไหน
ยังคงประคองกอดมันเอาไว้ในอ้อมใจเย็นๆอยู่อย่างนั้น
ทุกวันยังคงค้นหาเพื่อให้ได้สัมผัสถึงวิถีทางที่เคยใช้เพื่อเริ่มต้น และพาไป
...
เราคือวิญญาณหลงทางที่ยังเวียนว่ายอยู่ในที่เดิมๆ
ว่ายวนไปปีแล้วปีเล่า กระหายในสิ่งที่กำลังจะมา โหยหาหนทางเพื่อจะผ่านไป
คำปลอบใจลมๆแล้งๆเมื่อชีวิตต้องเปลี่ยนแปลง
ก็เหมือนกับเศษเถ้าธุลีที่มอดไหม้อยู่กับหมู่มวลดอกไม้
เวลาของเราทุกวินาทีที่มีจะขอแลกเปลี่ยนกับภูติผีในความมืดมนได้หรือเปล่า
...
เมื่อเรามองหาหนทางออกก็ต้องบอกกับตัวเองว่าเจ็บตรงไหน
และไม่มีใครจะรักษาความรู้สึกตรงนั้นให้ได้หากว่าตอนนี้เราปิดล็อกมันเอาไว้
"ความโหดร้ายของความเจ็บปวด"
คือมันมักจะค้นหาหนทางและเข้ามาอยู่ในที่เดิมๆของมันเสมอๆ
และเมื่อมันค้นหาที่ของมันเจอก็อยู่ที่ตัวเราเองเท่านั้น
ว่าจะยอมปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้นตลอดกาลไหม
เราให้คำสัญญากับตัวเองไว้หรือ
"ว่าจะรักษามันไว้"
...
จงปล่อยให้ใจขับออกไปหาคำตอบของปริศนา
ไม่สำคัญว่าจะเกิดอะไรเราก็ต้องฝ่ามันไป
ทั้งในกลางคืนที่มีดวงจันทร์ และในกลางวันที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องบนพื้นหญ้า
ชัยชนะและบาปมันก็เป็นแค่เรื่องของเวลา
อย่ายอมให้มันฉีกทึ้งสิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ฝังอยู่ข้างใน
แล้วได้แต่ยืนเฝ้ามองกองเศษซากความฝันที่แหลกสลายอยู่แทบเท้ากับพื้น
...
อย่าหลับฝันผ่านโมงยามที่รัศมีแสงได้มอดไหม้ผ่านเส้นทางของเราเมื่อยามตื่น
เพราะฟ้ายามเช้าทุกวันยังคงมาตรงเวลา มีแต่ฟ้าของเราเท่านั้นที่ยังสาย
หากมัวแต่หลับฝันไปยันบ่าย แล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นแสงของตะวันรุ่ง
อย่ายอมอยู่ในกรงขังเพราะที่นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง
และอย่าให้ในการเปลี่ยนเป็นเช่นการสืบต่อหน้าที่ของตะวัน
ที่มารับช่วงของพระจันทร์ยามค่ำคืน
เพราะในการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นไม่ได้ทำให้สิ่งอื่นใดเปลี่ยนไปเลย
...
เมื่อวิญญาณถูกขังอยู่ในคุกริมทะเล
มีภาพคือดวงจันทร์เป็นฝาผนังบนผืนสมุทธ
และเงาสะท้อนได้เผยให้เห็นรอยเท้าบนผืนทราย
เราจะยอมเดินเข้าสู่สงครามเพื่อการได้เป็นผู้นำในกรงขังไหม
?????????
หุบเขาที่สะท้อนแสงทองลงผืนน้ำ
เปรียบได้ดั่งชีวิตแรกที่เพรียบพร้อมงดงามดั่งงานศิลป์
ประดับดาด้วยความรักไม่มีวันตายไร้ที่ติ
เอนกายอยู่ในแดนสวรรค์ ล้อมด้วยความยุติธรรมและขนนกสีขาว
...
ล้านหัวใจกำลังขีดเขียนเรื่องราวของตัวเองลงบนถนนสายนั้น
ที่ดินแดนแห่งสรวงสวรรค์กำมะลอ ทำนองของชีวิตเป็นดั่งสัจธรรม
ความจริงเพียงลำพัง มิอาจเอาชนะเปลวไฟอันโชติช่วงได้
แต่มันก็ไม่ได้ผิดเสมอไป จงเต้นรำให้หัวใจได้รู้สึกหวานฉ่ำไปกับมัน
เผือว่าสักวันจังหวะความฝันของเราจะลงตัว
...
สิ่งที่แย่ที่สุดคือความฝันที่ล่องลอยออกจากสิ่งที่ควรเป็นและทำให้ฝันไม่ได้อีกต่อไป
ชีวิตไม่ง่ายดายเกินไปที่จะเดินผ่านมามาผ่านไปโดยไม่เหลียวแล
จงหันหลังให้กับสิ่งที่เกือบรัก ตัดใจจากฝันที่อับโชค
โบกมือลากับสิ่งที่ไร้หวัง เพราะนั่นมีแต่จะทำให้ปวดใจ
และหากจิตใจต้องแหลกสลาย เรามิอาจทำให้มันลบเลือนหายไปกับน้ำทะเล
หรือเร้นกายซ่อนไว้ภายใต้ท้องถนน
ทุกๆความรู้สึกยังคงเวียนวน ในอารมณ์ทุกข์ทนแม้ทุกเช้าค่ำก็ยังหลอน
...
โลกนี้มีความฝันหลากหลายสี พ่นเรี่ยรายบนท้องฟ้า
ผู้สร้างฝันคือผู้ที่ย่ำเท้าไปกับพื้นถนนจนไม่มีคราบน้ำตา
ภาวนาให้ชัยชนะคือความรักที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า
แต่ก็ไม่ใช่ชั้นดาวดึงหรอกนะที่ถวิลหา
เพียงแต่ขอเห็นแสงดาวไม่อยู่ห่างไกลจากสายตา
และท้องฟ้าอย่าร้างไร้สิ้นแสงแห่งตะวันเพียงแค่นั้นก็สุขพอ!!
...วัคซีน...

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

~Happy Valentine's Day~



มันจะผิดไม๊ที่เราจะแต่งงานกับใครคนหนึ่ง 
ไม่ใช่เพราะเค้าเป็นคนเดียวที่ใช่แต่เพราะเค้าเป็นคนเดียวที่มี
มันจะผิดไหมที่คุณจะร้องเพลงรักให้กับ
คนที่คุณไม่เคยพบไม่เคยรู้จักทุกๆวันทุกๆคืนอยู่ในจินตนาการ
มันจะผิดไหมที่คุณจะไม่ยอมเปิดประตูบานนั้นให้หัวใจทั้งที่รู้ว่าเค้ายืนอยู่ข้างนอกตรงนั้น
มันจะผิดไหมที่คุณจะมีความรักโดยไร้ความพึงพอใจ 
และในบางครั้งยังเป็นเรื่องของความสะดวกสบาย ที่ไม่เคยทำให้หัวใจคุณเต้น
???????????????????????
ความรักเพื่อเงินตราคืออาชกรของหัวใจ อย่าทำให้ความรักของคุณเกิดขึ้นในระดับต่ำที่สุด
แม้โลกนี้จะไม่เป็นสถานที่โรแมนติก แต่อย่างไรก็ตามคนบางคนก็ยังโรแมนติกอยู่
แม้โลกนี้มีคำโกหกอยู่ในคำสัญญา แต่คนบางคนก็ยังรอสัญญาอยู่ อย่ายอมให้โลกนี้ชนะคุณ
นั่นคือสิ่งที่ความรักควรพูด...นั่นคือสิ่งที่โลกควรฟัง
......
มันหมายความว่า....มีคำสัญญาบางอย่างทีเราควรรักษาไว้ “นั่นคือคำสัญญาของหัวใจ”
......
คำสัญญาของหัวใจ ที่เมื่อครั้งหนึ่งเราเคยบอกกับตัวเองไว้ว่า
เราจะรักกับใครบางคนที่เรารัก...ใครบางคนที่รักเรา
ใครบางคนที่ทำให้หัวใจเราเต้น และใครบางคนๆนั้น
คือคนเดียวกันกับคนที่เราจะเดินไปบนเส้นทางสัญญาของชีวิต
คือคนๆนั้นที่จะเดินร่วมกันกับเราในโบส ในงานเลี้ยง ในโรงแรม
ในหอประชุม บนชายหาด บนที่รกร้าง และในทุกๆทาง
อย่ายอมให้โลกนี้ชนะคุณ นั่นคือสิ่งที่ความรักควรพูด นั่นคือสิ่งที่หัวใจควรฟัง..
……
โลกนี้จะมีปัญหาถ้าเราหัวเราะใส่คนที่แสวงหาความโรแมนติก
แม้จะไม่มีศาลใดในโลกนี้สั่งจำคุกคนที่ทำร้าย
..ความรัก..ความรู้สึก..คนที่ทำร้ายกันด้วยอารมณ์ก็ตาม
แต่ความจริงแล้วก็คือ ความรักมักจะเป็นเรื่องของอารมณ์สำหรับเราเสมอ
และเมื่อไม่มีใครบอกความจริง การหลอกลวงจึงทำให้รักต้องหยุด
ไม่มีใครคนใดสรุปนิยามความรักได้ทั้งหมด
จนกว่าคำตัดสินของเวลาเท่านั้นที่จะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจน
สิ่งสำคัญที่สุดเราไม่ควรนึกคิดถึงภาพฝันอันเพ้อเจ้อของการแต่งงาน
“ถ้าเราไม่ต้องการครอบครัวและคู่ชีวิต”
เพราะในความเป็นจริงเราอาจจะต้องอยู่โดดเดี่ยวตลอดไปถ้าเขาไม่ได้รักเราจริง
บางครั้งในทางเลือกของชีวิต เราต้องดูทางเลือกที่มีอยู่ และเราต้องเลือกให้ดีที่สุด
อย่าเลือกเป็นคนที่หยุดรอใครบางคนทั้งชีวิต แล้วต้องเดินจากไปโดยไม่ได้อะไรเลย
บางครั้งสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับหัวใจเรา ก็ควรเป็นความเหงา ซึ่งมันไม่ทำร้ายใคร
และเมื่อความเจ็บปวดของความรักเกิดขึ้น สิ่งเดียวที่คุณควรกระทำได้คือ
ควบคุมอาการของมันด้วยดนตรี คุณควรร้องเพลงให้ตัวเองฟัง 
เพื่อควบคุมอาการเหงาเมื่อรู้สึกเครียด
และแม้ความรู้สึกชอกช้ำอาจหลุดออกมาบ้าง...ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
...จงรู้ไว้เสมอว่า...
ความรักไม่ได้มาเพื่อซักถามว่าเราเจ็บปวดเท่าไหร่เมื่อต้องสูญเสียมันไป
แต่เข้ามาเพื่อบอกต่อความคิดของเราว่า
.............
“ความรักควรจะอยู่ที่ใครคนนั้น ที่รักเรามากเท่ากับชีวิต แล้วคนๆนั้นก็สมควรที่จะเป็นผู้ที่ได้อยู่กับคนที่เค้ารักเท่ากับชีวิตเหมือนกัน”

Happy Valentine's Day ค่ะ
....วัคซีน....

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

Love Is Real


ที่ใดที่มีรัก ขอให้ที่ตรงนั้นมีหัวใจ
ที่ใดมีรักขอให้ที่ตรงนั้นมีความมั่นใจ
ที่ใดมีรักขอให้เป็นที่พักให้ความเข้าใจ
ที่ใดมีรักขอให้ที่ตรงนั้นมีฉัน
 ให้ฉันเป็นยามราตรีที่มีให้เธอได้พักผ่อน
ลืมเรื่องราวรีบร้อนที่ทำให้ใจเธอไหวหวั่น
 ให้ฉันเป็นความสดใสในรอยยิ้มที่มาจากใจ เมื่อไหร่ที่เราได้พบกัน
หากเธอเป็นท้องฟ้า ฉันจะขอเป็นคำสัญญาของตะวัน
หากเธอเป็นพระจันทร์ ฉันจะเป็นแสงดาวพร่างพราวบนสวรรค์
จะเป็นคำตอบให้เธอเมื่อเราได้พบกัน
เธอจะรอวันนั้นของฉันได้ไม๊คนดี??
....
....
แม้ในวันนี้จะมีใครบอกเธอว่าฉันดื้อรั้น ไม่เคยแคร์อะไร ไม่สนใจใครทั้งนั้น
แม้ในวันนี้ใครเค้าจะมองกันว่าฉันเป็นอย่างไร
และในวันนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจะฟังคำๆนั้นของเค้าบ้างไหม
ในวันนี้ วันนั้น หรือไม่ว่าวันไหนๆเธอยังจะกลัวและยังจะเชื่อในตัวฉันไม๊
หากว่าวันนั้นใครพูดอะไร??
และหากว่าวันนี้ฉันอยากจะบอกเธอออกไป...สักคำ
มันจะทำให้เธอหมดความกังวลใจ และจะทำให้เธอเข้าใจในตัวฉันบ้างใหม
...
...
ฉันไม่รู้ว่าโลกข้างนอกเป็นอย่างไร และฉันก็ไม่รู้ว่าใครจะพูดอะไรอีกสักเท่าไหร่
แต่โลกข้างใน...หัวใจฉันรู้ดีว่าคิดอะไร
หากเราจะรักกัน...เธอไม่ต้องกังวลใจกับสิ่งใดจะได้ไม๊
หากเราจะรักกัน...ที่ตรงนั้นจะมีฉันคอยเข้าใจ
ที่ตรงนั้นจะมีแต่เรื่องของหัวใจ
เธอจะยอมรับแต่เหตุผลของหัวใจไหม
ถ้าที่ตรงนั้นจะมีแค่ความรู้สึกระหว่างคนสองคน

 “เธอคนดีวันนี้ขอให้เธอรับฟังแต่เหตุผลของหัวใจและคำของฉันไว้”
....
....

โลกใบนี้จะหมุนไปอีกนานเท่าไร ไม่มีใครรู้ดี เวลาจะเป็นคำตอบทุกๆชัวโมงและนาที
เวลาจะเป็นตัวบอก ว่ารักเราจะร้ายหรือดี
เวลาเท่านั้นรู้ดีว่ายังอีกนานเท่าไร ที่เราจะได้รักกัน
ใครบางคน คนนั้นไม่มีวันจะรู้หรอก
เวลาจะเป็นคำตอบ เวลาจะบอกทั้งกับเธอและฉัน
อยู่ที่เธอเท่านั้น จะเชื่อในความรักจะเชื่อในตัวของฉันบ้างไม๊คนดี
....
และไม่ว่าวันนั้นจะต้องใช้วันเวลาเดินทางมาอีกนนานเท่าไหร่
จะกี่คืนกี่วันที่หมุนผ่านจะยาวนานสักเพียงไหน
ฉันก็จะยังคงรอแต่เธอเสมอไป รอให้ใจของเราได้ใกล้กันสักที
...ฉันจะบอกกับเธอด้วยคำๆนี้...
อยากให้เธอมั่นใจ ว่าฉันจะยืนรออยู่
จะคอยเป็นคำตอบให้เธออยู่ที่หัวใจ
โลกใบนี้จะยังหมุนไปอีกนานเท่าไร 
ไม่มีใครเดารู้หรอก เวลาเท่านั้นจะเป็นตัวบอก
...
“ปลายทางเท่านั้นจะเป็นคำตอบสำหรับรักของเรา”



 ...วัคซีน...